สวศ. ลงพื้นที่ราชบุรี–กาญจนบุรี ติดตามสถานการณ์การผลิตและการตลาด “ผำ” พืชเศรษฐกิจทางเลือกแห่งอนาคต

🗓📌🍀 เมื่อวันที่ 4 – 7 พฤศจิกายน 2568 เจ้าหน้าที่ส่วนเสริมสร้างนวัตกรรมด้านวิจัยเศรษฐกิจการเกษตร สำนักวิจัยเศรษฐกิจการเกษตร ได้ลงพื้นที่จังหวัดราชบุรี และจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์การผลิตและการตลาด “ผำ” พืชน้ำขนาดเล็กที่ได้รับการจับตามองว่าเป็นพืชทางเลือกที่มีศักยภาพต่อการพัฒนาเชิงเศรษฐกิจและสุขภาพในอนาคต ด้วยจุดเด่นที่เพาะเลี้ยงง่าย ขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว และอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ โดยเฉพาะโปรตีนที่สูงถึงร้อยละ 40 ของน้ำหนักแห้ง

📌 จากการลงพื้นที่พบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่เพาะเลี้ยงผำเป็นอาชีพเสริมควบคู่กับการปลูกพืชเศรษฐกิจอื่น เนื่องจากตลาดผำยังมีขนาดเล็ก ความรู้และความนิยมในการบริโภคยังจำกัดอยู่ในวงแคบ สายพันธุ์ที่นิยมเพาะเลี้ยง คือ สายพันธุ์โกลโบซา (Wolffia globosa) ซึ่งพบได้ทั่วไปในประเทศไทยและหลายประเทศในเอเชีย โดยใช้ระยะเวลาเพาะเลี้ยงประมาณ 2 สัปดาห์ต่อรอบการผลิต

📌 ปัจจุบัน กลุ่มวิสาหกิจชุมชนนิยมจำหน่ายผำสดตามคำสั่งซื้อ ราคาจำหน่ายเฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 200–250 บาท และเริ่มมีการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ เช่น ไส้อั่วผำ โจ๊กกึ่งสำเร็จรูปผำ และผงผำ เพื่อเพิ่มมูลค่าและขยายตลาดผู้บริโภค

📢 ทั้งนี้ การเพาะเลี้ยงผำในประเทศไทยยังอยู่ในระยะเริ่มต้น การยกระดับมาตรฐานการผลิตให้ได้คุณภาพจึงจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งใน ด้านการพัฒนามาตรฐานการผลิตและการจำแนกคุณภาพผำ การพัฒนาช่องทางการตลาด ตลอดจนการส่งเสริมการลงทุนในเครื่องมือและอุปกรณ์วัดคุณภาพ เช่น เครื่องวัดค่า pH ในน้ำ เครื่องวัดความเข้มข้นสารอาหารในน้ำ และเครื่องวัดความเข้มแสง เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อการเจริญเติบโตและคุณค่าทางโภชนาการของผำในแต่ละรอบการผลิต 💪

Scroll to Top