
ระหว่างวันที่ 24 – 28 พฤศจิกายน 2568 ส่วนวิจัยเศรษฐกิจปศุสัตว์และประมงได้ลงพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ และขอนแก่น เพื่อติดตามสถานการณ์การผลิตและการตลาดสินค้ากุ้งก้ามกรามและสินค้าหม่อนไหม พบว่า ผลผลิตกุ้งก้ามกรามของเกษตรกรวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามตำบลบัวบาน อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ มีแนวโน้มใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามอาศัยน้ำในเขตชลประทานซึ่งรับน้ำจากเขื่อนลำปาว ซึ่งมีระดับน้ำเพียงพอ ประกอบกับการบริหารจัดการบ่อของเกษตรกร สามารถจัดการได้ดีสำหรับราคาที่เกษตรกรขายได้ ณ ปากบ่อ เฉลี่ยกิโลกรัมละ 250 บาท โดยเน้นการจำหน่ายไปยังตลาดท้องถิ่นครอบคลุมทุกจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งตลาดมีความต้องการกุ้งก้ามกรามมีชีวิตเพศผู้ขนาด 15 – 20 ตัวต่อกิโลกรัม เพื่อจำหน่ายไปยังร้านอาหารเป็นหลัก สำหรับสินค้าหม่อนไหม กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้าไหมผ้าฝ้ายบ้านหนองบัวน้อย อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น พบว่า มีการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และสาวไหมหัตถกรรมเพื่อทอเป็นผลิตภัณฑ์ผ้าไหมตามคำสั่งซื้อของลูกค้าเป็นหลัก โดยกลุ่มฯ มีผลผลิตรังไหมและเส้นไหมจากสายพันธุ์นางน้อย ซึ่งเป็นสายพันธุ์ท้องถิ่นดั้งเดิม และสายพันธุ์เหลืองสระบุรี ซึ่งเป็นสายพันธุ์ลูกผสม สำหรับราคาที่เกษตรกรขายรังไหมได้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 260 บาท เส้นไหมกิโลกรัมละ 1,800 – 2,000 บาท โดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ ดังกล่าวมีจุดเด่นในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไหมโดยเน้นการขายผ้าไหมมัดหมี่ลายแคนแก่นคูณซึ่งเป็นลายอัตลักษณ์พื้นถิ่น และการเป็นแหล่งศูนย์เรียนรู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเพื่อสนับสนุนกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตรเป็นหลัก












